Skip to content

เหมืองปล่อง Driffing เหมืองแร่อันโด่งดัง

การทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในประเทศไทย  จัดเป็นอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อน มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อีกทั้งยังมีการนำเอาเทคโนโลยีเครื่องมืออันทันสมัยมาช่วยในงานอีกด้วย

ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมเหมืองแร่ในประเทศไทย  เป็นการผลิตเพื่อนำแร่มาใช้ภายในประเทศเสียส่วนมาก เช่น หินปูน ,หินดินดาน , ใช้ในอุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ ถ่านหิน ใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า  แร่ดินขาว ทรายแก้ว ใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิก เป็นต้น แต่ก็ได้มีการนำแร่จากต่างประเทศ เข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจำพวก เหล็ก , ทองแดง , อลูมิเนียม , ทองคำ เป็นต้น ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมเหมืองแร่จะเป็นกิจการพื้นฐานของประเทศ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง ซึ่งไม่สามารถพัฒนาหรือนำทรัพยากรมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ข้อจำกัดส่วนแรกมาจากการบริหาร ตลอดจนในเรื่องของกฎหมาย รวมทั้งภาพลักษณ์ด้านลบซึ่งฝังอยู่ในใจของผู้คนตลออดมา  อย่างในเรื่องการป้องกันผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการดำเนินงานแบบไร้ประสิทธิภาพ ภาพลักษณ์เหล่านี้เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยด้านลบของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราได้เดินทางมาถึงยุคสมัยที่กระแสการอนุรักษ์ธรรมชาติสูงขึ้น จึงทำให้ภาพลักษณ์ของกิจกรรมเหมืองแร่ เป็นการทำลายธรรมชาติ อีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนต่อหมู่บ้านใกล้เคียงอีกด้วย  โดยกระบวนการความคิดเหล่านี้ ปราศจากการตระหนักถึงประโยชน์ของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก มันคงถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับบทบาทความเหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่ยังอยู่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเปลี่ยนไปพร้อมกับการพัฒนาและกระตุ้นภาพลักษณ์ให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น

การทำเหมืองในอดีตมีหลายประเภท ปรับไปตามสภาพพื้นที่นั้นๆ การทำเหมืองอีกวิธีหนึ่ง คือ เหมืองปล่อง หรือ เหมืองรู  เป็นอีกวิธีในการทำเหมืองใต้ดินใช้สำหรับแหล่งแร่ชนิดชั้นดินหนามากรวมทั้งไม่มีแร่อยู่ในบริเวณชั้นเปลือกดิน วิธีการ คือ ใช้แรงงานคนขุดเพื่อสร้างรูรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็ก หลังจากนั้นให้ทำการติดตั้งเครื่องกว้านแร่ ซึ่งทำมาจากไม้หมุนมือเพื่อขนดินหินแร่ขึ้นมายังด้านบน จากนั้นใต้ดินจะทำเป็นอุโมงค์และมีการเว้นปล่องเพื่อใช้ในการระบายอากาศ โดยจะต้องจุดเทียนไขเอาไว้เพื่อใช้วัดปริมาณออกซิเจน

การทำเหมืองปล่องเป็นการสร้างเหมืองบริเวณเชิงเขา มีการใช้แรงงานมนุษย์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สร้างเหมืองโดยการขุดรูเข้าไปในชั้นดินตามสายแร่ ทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง ขนาดของรูมีขนาดพอให้คน 1 คนลอดเข้าไปได้ โดยมีอุปกรณ์ติดตัวไปด้วย เช่น จอบ , เสียม , บุ้งกี๋ , เชือก เพื่อใช้ขนหินดินทรายปนแร่ขึ้นไปบนพื้นดิน