Skip to content

Love-contractMine-SomsakCity-of-Pilkington

เมืองสมศักดิ์บ้านหลังเล็กในกลางป่าใหญ่ที่เรียบง่ายพร้อมกลิ่นไอของความรักและความผูกพันระหว่างป้าเกล็นกับคุณสมศักดิ์ ที่เป็นตำนานของที่นี่ ตำนานความรักที่ยิ่งใหญ่ที่ดังควบคู่มากับความเจริญรุ่งเรืองของเมืองปิล๊อก ซึ่งถ้าหากใครได้มาเที่ยวที่นี่แล้วคุณจะพลาดที่ต้องไปบ้านป้าเกล็นหรือเหมืองสมศักดิ์ไม่ได้เลย บ้านหลังเล็กที่มีกลิ่นไอของเค้กรสชาติดีฝีมือของป้าเกล็นที่มีรสชาติหวานหอมไม่แพ้กับตำนานความรักของที่นี่เลย

ตำนานของที่นี่เกิดขึ้นมาเมื่อ 40 ปีที่แล้ว มีชายคนนึงชื่อสมศักดิ์ เสตะพันธุ นักเรียนนอกที่ได้เดินทางไปศึกษาปริญญาโทด้านเหมืองแร่ที่เมืองแคลคูรี ในประเทศออสเตรเลีย ระหว่างที่เขาได้ศึกษาได้พบรักกับสาวออสซี่อย่างเกล็นนิส เจอร์เมน ไว้ท์ หรือป้าเกล็นที่ชาวปิล๊อกรู้จักกันดี ก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงานกันแล้วมาสร้างครอบครัวที่ไทย พอกลับมาที่ไทยแล้วคุณสมศักดิ์ได้สานต่อธุรกิจเหมืองแร่ของที่บ้านชื่อว่าเหมืองสมศักดิ์ ส่วนทางป้าเกล็นได้มาเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ในกรุงเทพ เหมืองสมศักดิ์เป็นพื้นที่ห่างไกลจากแสงสี ถือว่าเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบการที่อยู่ที่นี่ทั้งคู่ต้องฝันฝ่าอุปสรรคหลายอย่างเพื่อให้คนอื่นยอมรับในตัวของพวกเข้า หลังจากที่เหมืองสมศักดิ์รุ่งโรจน์ได้ไม่นานก็ต้องปิดตัวลงเพราะเศรษฐกิจเมื่อปี 2529 คุณสมศักดิ์เสียใจเรื่องที่เหมืองปิดลงมาก ทำให้หลังจากนั้น 2 ปีเขาเกิดป่วยเพราะตรอมใจหลัวจากนั้น 8 ปีเขาก็ได้เสียชีวิตลง ตำนานรักของเขาก็ปิดฉากลง แต่หลังจากนั้นไม่นานตำนานก็ถูกเปิดขึ้นมาใหม่เมื่อป้าเกล็นใช้พลังแห่งความรักที่มีต่อคุณสมศักดิ์ผู้ซึ่งเป็นสามีเปลี่ยนจากอดีตเมืองสมศักดิ์มาเป็นเกสเฮ้าส์เล็กๆ ในป่าใหญ่ ที่ร่มรื่น สงบเงียบล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก แม่น้ำ และลำธาร

ตำนานเค้กสูตรของป้าเกล็น

นอกจากเรื่องความรักของป้าเกล็นและคุณสมศักดิ์แล้วยังมีตำนานเค้กของป้าเกล็นที่ถูกขนานนามว่าเป็นเค้กที่อร่อยที่สุดของที่นี่เลยทีเดียว เค้กของป้าเกล็นเป็นเบเกอรี่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนได้มาลองชิมต้องติดใจ ป้าเกล็นมีเค้กหลายรสชาติทั้งเค้กช็อคโกแลต แครอทท้อปปิ้งมะนาว เค้กกล้วย และเมนูเด็ดคือกล้วยน้ำว้าที่โรยหน้าด้วยอัลมอนด์ ให้นักท่องเที่ยวที่เข้าไปพักในเกสเฮ้าท์นั้นได้ลิ้มรสตลอดเวลา นอกจากเบเกอรี่แล้วยังมีอีกอย่างที่ขึ้นชื่อเลยคือ บาร์บีคิวปิ้งย่างสูตรพิเศษ มีทั้งบาบีคิวไก่และซี่โครงหมูจานโตที่หมักด้วยสูตรของป้าเกล็นที่รสชาตินุ่มลิ้นเป็นเมนูที่เมื่อไหร่ที่เอามาวางไว้บนโต๊ะ ไม่กี่นาทีก็หมดไปชั่วพริบตา

minePilot

maemohpicture

ถ้าพูดถึงหน้าหนาวหลายๆ คนคงคิดถึงจังหวัดทางภาคเหนือซึ่งหลายๆ คนก็จะคิดถึงเมืองรถม้าอย่างลำปางที่จะจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่แม่เมาะเป็นประจำทุกปี และปีนี้เป็นปีที่ 14 แล้ว ปีนี้กิจกรรมจะจัดขึ้นวันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน 2561 ที่กฟผ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ทุกท่านที่เข้ามาเที่ยวในงานนี้จะพบความตื่นตาและตื่นเต้นไปในเวลาพร้อมๆ กันกับกิจกรรมที่สนุกสนานแถมยังได้กระทบไหล่ดาราจากหนังเรื่องบุพเพสันนิวาสอีกด้วย ยังไม่พอแค่นั้นคุณยังได้เจอกับนักร้องศิลปินอีกมากมาย

ด้วยททท.ได้ร่วมกันจับมือกับกฟผ.จัดงานเทศกาลที่แม่เมาะเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์ รับบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติกท่ามกลางหมอกหนา และทุ่งดอกบัวตองที่เหลืองอร่าม รวมถึงพันธุ์ไม้งามนานาพันธุ์ ในงานนักท่องเที่ยวจะพบกับสไลเดอร์ธรรมชาติที่สูงที่สุด และกิจกรรมตามวิธีชุมชน รวมถึงเครื่องเล่นท้องถิ่นเช่น รถดอยท้าซิ่ง ชิงช้าพาม่วน กิจกรรมอื่นๆ รวมถึงงานร่วมชิมอาหารฝีมือชาวล้านนาแถมยังได้ช้อปปิ้งสินค้าคุณภาพอีกด้วย

งานท่องเที่ยวของแม่เมาะปีนี้ ยังเน้นบรรยากาศที่สนุกสนาน อัดแน่นด้วยความอบอุ่นพร้อมรอยยิ้มของนักท่องเที่ยวนอกเหนือไปจากนั้นชาวลำปางจะมีการสนับสนุนเรื่องการเดินทางด้วยรถม้าเพื่อต้อนรับเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมถึงอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

นอกจากเมืองลำปางนั้นจะมีเทศกาลของแม่เมาะแล้วนั้น วันธรรมดาที่ไม่ได้จัดงาน กฟผ.แม่เมาะก็น่าสนใจไม่น้อยเลย แม่เมาะถือว่าเป็นเมืองแห่งถ่านหินลิกไนต์เป็นที่นี้ถูกค้นพบเจอถ่านหินเมื่อพ.ศ.2460 ที่มีปริมาณมากถึง 630 ล้านตัน โดยอายุของถ่านหินมีอายุถึง 40 ล้านปีเหมืองแม่เมาะนั้นมีพื้นที่ที่เป็นของกรมการป่าไม้ถึง 20,000 ไร่โดยประมาณ นอกจากเมืองแม่เมาะแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายที่ที่น่าสนใจมากมาย เช่น  สวนพฤกษชาติ พื้นที่ที่ถูกปรับปรุงจากการทิ้งดินให้เป็นขยะเปลี่ยนมาให้เป็นสวนสาธารณะที่ปลูกต้นไม้สวยงามนานาชนิด ภายในสวนพฤกษชาตินั้นยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7นั่นเอง ไกล้กันนั้นคือทุ่งดอกบัวตอง เป็นพื้นที่ของกฟผ. ที่เปิดให้คนส่วนใหญ่ได้เข้าไปท่องเที่ยวถ่ายรูปกันได้อย่างสนุกสนาน ส่วนใหญ่ทุ่งบัวตองจะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงกลางเดือนธันวาคมของทุกๆ ปี ถ้าหากนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสขึ้นไปบนดอยก็จะเจอสถานที่เที่ยวอีกที่นึงคือ สวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงาม ถ้าขึ้นไปจนสุดคุณจะเจอกับทัศนียภาพที่อุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

ในจังหวัดลำปางยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่รอให้พวกคุณไปลิ้มลองบรรยากาศ ถ้าคุณไปในหน้าหนาวคุณจะเจอกับบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก ด้วยหมอกและอากาศที่บริสุทธิ์ทำให้คุณลืมเรื่องเครียดๆ พร้อมกับได้ชาร์ตแบตร่างกายไปในตัวอีกด้วย

การทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในประเทศไทย  จัดเป็นอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อน มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อีกทั้งยังมีการนำเอาเทคโนโลยีเครื่องมืออันทันสมัยมาช่วยในงานอีกด้วย

ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมเหมืองแร่ในประเทศไทย  เป็นการผลิตเพื่อนำแร่มาใช้ภายในประเทศเสียส่วนมาก เช่น หินปูน ,หินดินดาน , ใช้ในอุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ ถ่านหิน ใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า  แร่ดินขาว ทรายแก้ว ใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิก เป็นต้น แต่ก็ได้มีการนำแร่จากต่างประเทศ เข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจำพวก เหล็ก , ทองแดง , อลูมิเนียม , ทองคำ เป็นต้น ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมเหมืองแร่จะเป็นกิจการพื้นฐานของประเทศ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง ซึ่งไม่สามารถพัฒนาหรือนำทรัพยากรมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ข้อจำกัดส่วนแรกมาจากการบริหาร ตลอดจนในเรื่องของกฎหมาย รวมทั้งภาพลักษณ์ด้านลบซึ่งฝังอยู่ในใจของผู้คนตลออดมา  อย่างในเรื่องการป้องกันผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการดำเนินงานแบบไร้ประสิทธิภาพ ภาพลักษณ์เหล่านี้เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยด้านลบของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราได้เดินทางมาถึงยุคสมัยที่กระแสการอนุรักษ์ธรรมชาติสูงขึ้น จึงทำให้ภาพลักษณ์ของกิจกรรมเหมืองแร่ เป็นการทำลายธรรมชาติ อีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนต่อหมู่บ้านใกล้เคียงอีกด้วย  โดยกระบวนการความคิดเหล่านี้ ปราศจากการตระหนักถึงประโยชน์ของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก มันคงถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับบทบาทความเหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่ยังอยู่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเปลี่ยนไปพร้อมกับการพัฒนาและกระตุ้นภาพลักษณ์ให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น

การทำเหมืองในอดีตมีหลายประเภท ปรับไปตามสภาพพื้นที่นั้นๆ การทำเหมืองอีกวิธีหนึ่ง คือ เหมืองปล่อง หรือ เหมืองรู  เป็นอีกวิธีในการทำเหมืองใต้ดินใช้สำหรับแหล่งแร่ชนิดชั้นดินหนามากรวมทั้งไม่มีแร่อยู่ในบริเวณชั้นเปลือกดิน วิธีการ คือ ใช้แรงงานคนขุดเพื่อสร้างรูรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็ก หลังจากนั้นให้ทำการติดตั้งเครื่องกว้านแร่ ซึ่งทำมาจากไม้หมุนมือเพื่อขนดินหินแร่ขึ้นมายังด้านบน จากนั้นใต้ดินจะทำเป็นอุโมงค์และมีการเว้นปล่องเพื่อใช้ในการระบายอากาศ โดยจะต้องจุดเทียนไขเอาไว้เพื่อใช้วัดปริมาณออกซิเจน

การทำเหมืองปล่องเป็นการสร้างเหมืองบริเวณเชิงเขา มีการใช้แรงงานมนุษย์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สร้างเหมืองโดยการขุดรูเข้าไปในชั้นดินตามสายแร่ ทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง ขนาดของรูมีขนาดพอให้คน 1 คนลอดเข้าไปได้ โดยมีอุปกรณ์ติดตัวไปด้วย เช่น จอบ , เสียม , บุ้งกี๋ , เชือก เพื่อใช้ขนหินดินทรายปนแร่ขึ้นไปบนพื้นดิน

เหมืองแล่น หรือ GROUND SLUICING

เป็นการทำเหมืองแร่อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นการสร้างเหมืองในแหล่งบริเวณเชิงเขา ใช้แรงงานคนกับการสูบน้ำผ่านทางกระบอกฉีดไปพังที่หน้าเหมือง หลังจากนั้นปล่อยให้ดินไหลรวมไปกับน้ำไหลไปเรื่อยๆตามร่องดินซึ่งขุดลอกเอาไว้ไปจนเข้าสู่รางกู้แร่ การทำเหมืองเหมืองแล่น นิยมทำกันมากในช่วงหน้าฝน รวมทั้งเหมาะกับผู้มีเงินลงทุนน้อย

การทำเหมืองแล่นต้องใช้กำลังจาก 2 อย่างผสมผสานเข้าด้วยกัน คือการไหลของน้ำและแรงงานจากคนจำนวนมากกว่า 2 คนขึ้นไป เป็นการกระทำต่อดินหรือหินอันมีความอุดมสมบูรณ์ของแร่ดีบุกจำนวนมาก มักสร้างเหมืองตามบริเวณที่ราบควนเขา จะทำการพังทลายดินหินให้แหลกและให้ไหลไปตามรางดินที่ทำเป็นทางแบบร่องทางน้ำไหลโดยมีขนาดกว้าง 1-2 เมตร สร้างรางไปตามทางลาดชันของภูมิประเทศ การทำเหมืองแล่นนี้มีจุดประสงค์เก็บแร่ดีบุกและแร่พลอยซึ่งมีน้ำหนักตกลงไปในรางดิน ส่วนเศษต่างๆที่ไม่ใช้ เช่น ดิน , หิน , ทราย ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าก็จะถูพัดลงสู่ที่ต่ำ หลังจากได้ปล่อยไปสักระยะหนึ่งแล้วก็จะกู้แร่ในรางดินดังกล่าว เพื่อนำแร่ไปทำให้สะอาดต่อไป

พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่แหล่งท่องเที่ยวภูเก็ต

เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันน่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ตัวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ ณ กลางหุบเขาอันรอบล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี สวยงาม สงบร่มรื่น เหมือนเข้ามาอยู่ยังดินแดนลับแล สถานที่แห่งนี้ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งแหล่งศึกษาทางวัฒนธรรม เป็นการจำลองการทำเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน รวมทั้งเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 400 ไร่ ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน รวมทั้งบอกเล่าความเป็นมาของการทำเหมืองแร่ของไทยในสมัยก่อน มีห้องต่างๆที่มีการจัดแสดงอย่างไว้อย่างพรั่งพร้อม

ห้องปฐพีเหมืองแร่

ห้องนี้แบ่งออกเป็นโซนย่อยๆอีกหลายโซนด้วยกัน แสดงถึงสภาพ การสำรวจแร่ , การบุกเบิกแหล่งแร่ , ตามรอยเหมืองแร่ รวมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการบอกเล่าประวัติการทำเหมืองแร่หลายประเภท เช่น เหมืองแล่น , เหมืองหาบ , เหมืองเรือขุด , เหมืองฉีด เป็นต้น โดยห้องเหล่านี้คุณจะได้รับความรู้อย่างเต็มอิ่ม มีรูปปั้นแสดงเหตุการณ์จำลองเพื่อความสมจริง เหมือนหลุดไปอยู่ในครั้งอดีต ถ้าใครอยากย้อนรอยศึกษาอดีตเกี่ยวเหมืองแร่ ขอแนะนำให้มาพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ตสักครั้งรับรองว่าคุณจะได้ความรู้ และความอิ่มใจกลับบ้านไปอย่างแน่นอน

 

การทำเหมืองแร่ เป็นการสกัดเพื่อนำแร่ธาตุ  หรือวัสดุอื่นๆจากใต้ผืนดินขึ้นมาใช้  วัสดุทั่วไปที่สามารถสกัดได้มีมากมายหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น  ทองแดง , เหล็ก , ทองคำ , ตะกั่ว ,  แพลทินัม,  เงิน ,  ดีบุก ,  สังกะสี ,  ถ่านหิน , เพชร ,  พลอย เป็นต้น

การทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในประเทศไทยสมัยก่อน จัดเป็นอุตสาหกรรมอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ เพราะในตอนนั้นหากเราไม่มีทรัพยากรในประเทศที่สามารถมาใช้ประโยชน์ได้ เราจะต้องนำเข้าแร่จากต่างประเทศซึ่งจะก่อให้เกิดการเสียดุลทางการค้า อีกทั้งการนำเข้าแร่มีราคาสูงกว่าแร่ที่ผลิตได้ในประเทศอีกด้วย หากมีการทำเหมืองในประเทศ จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์รวมทั้งทำให้ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านวัตถุดิบเพื่อนำไปใช้กับภาคอุตสาหกรรม

การทำเหมืองแร่ในสมัยนั้นถูกเข้าใจผิดเป็นอย่างมาก ว่าเป็นสาเหตุใหญ่ของการทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายธรรมชาติ จริงอยู่ว่าการทำเหมืองแร่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่นั้นๆ  แต่ความจริงคือการทำเหมืองแร่ไม่ได้เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงนี้ถ้าผู้ทำเหมืองปฏิบัติตามหลักวิชาที่ได้ร่ำเรียนมา จะต้องมีการคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะในด้าน สังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งต้องมีการวางแผนป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ก่อนอยู่แล้ว ซึ่งเหมืองแร่ทุกประเภทต้องมีการประเมินผลที่จะกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรกก่อนจะเริ่มดำเนินการใดๆ อีกทั้งเหมืองแร่จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับการยอมรับจากชุมชนในบริเวณใกล้เคียง

เหมืองแร่ในอดีตชอบก่อปัญหาทางด้านสุนทรียภาพอยู่เป็นนิจ สามารถประสบพบเจอได้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ส่วนหนึ่งของปัญหา มาจากการขาดจิตสำนึก ปราศจากความรู้ ไร้ซึ่งกฎหมาย รวมทั้งเหมืองแร่ในอดีตมักจะตั้งอยู่ห่างไกลจากแหล่งความเจริญมาก แต่ปัจจุบันนี้การทำเหมืองมีทั้งกฎหมาย  มีหน่วยงานคอยดูแล ซึ่งเป็นการกำหนดให้เจ้าของเหมืองต้องทำการดูแล ป้องกัน รวมทั้งต้องพยายามลดผลกระทบใดๆก็ตามต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมือง และต้องทำการฟื้นฟูสภาพเมื่อเสร็จภารกิจ

การทำเหมืองสามารถแบ่งออกเป็นได้หลายแบบและหนึ่งในนั้น คือ  เหมืองครา  หรือ Hill Mining  ซึ่งเป็นการทำเหมืองแร่บนเขา วิธีการคือสร้างรางน้ำให้ลาดลงมาตามไหล่เขา เพื่อให้น้ำไหลลงมาตามรางนั้น พร้อมกับนำพาแร่ลงมาในที่รองรับแร่ซึ่งสร้างเป็นบ่อ แล้วคนงานที่อยู่ปลายน้ำจะร่อนเอาดินเอาทรายออก พร้อมกับเลือกเก็บเอาแต่เนื้อแร่ไปใช้ต่อ การทำเหมืองแร่แบบเมืองครานี้ มีข้อดีคือใช้แรงงานคนน้อยจึงสร้างกำไรได้มาก แต่ข้อเสียคือเป็นการทำลายป่ารวมไปถึงพื้นที่เพาะปลูกบางส่วน  เนื่องจากการมีการพังทลายของดินทรายนั่นเอง

ข้อมูล http://www.thaiheritage.net/nation/oldcity/phangnga7.htm