f7a5fabb000dd87d4d52dca5

เหมืองแร่หิน (Quarry) จัดเป็นเหมืองแร่ชนิดแรกที่มนุษย์เริ่มมีขุดเหมือง โดยใช้วิธีการสิ่วสกัด เลื่อยทราย ในการตัดหินสมัยก่อน โดยในยุคสมัยปัจจุบันมีการเปลี่ยนมาใช้ระเบิดแรงแสงในการระเบิดหินให้แตกออกเป็นชิ้น ๆ เพื่อสะดวกในการเก็บเกี่ยวมาใช้ประโยชน์

หินมีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง

ก่อนจะมารู้จักขั้นตอนการทำเหมืองแร่หิน ควรมาทำความรู้จักกับประเภทของหินกันเสียก่อนว่ามีประเภทใดบ้าง ได้แก่

  1. ปูนขาว (Chalk)
  2. หินอัคนี (Igneous)
  3. ดินเหนียว (Clay)
  4. หินแกรนิต (Granite)
  5. ยิปซัม (Gypsum)
  6. หินปูน (Limestone)
  7. หินอ่อน (Marble)
  8. แร่ศิลา (Ores)
  9. หินฟอสเฟต (Phosphate rock)
  10. หินทราย (Sandstone)

แผ่นหินจากเหมือง

          ในเหมืองขนาดใหญ่ จะมีการระเบิดแผ่นหิน แกรนิต หินอ่อน หินทราย เป็นแผ่นใหญ่ ๆ เพื่อนำมาขัด ตกแต่งให้เรียบร้อย เพื่อนำมาใช้ประกอบงานก่อสร้างอาคาร หรือ พื้นที่อยู่อาศัย โดยเป็นที่นิยมกันใช้กันมาเป็นพันปี โดยในสมัยก่อนถูกนำมาใช้สร้างเป็นป้อม ปราสาท กำแพง ทางเดิน

ปัจจัยสำคัญในการทำเหมืองแร่หิน

          ในการทำเหมืองหิน จะต้องพบกับปัญหากับน้ำใต้ดินเป็นประจำ เพราะชั้นหินที่อยู่ลึกลงไป ยิ่งขุดลึกเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น เพราะน้ำจะไหลทะลักเข้ามาท่วมเหมืองจนพัง ทำให้ระหว่างปฏิบัติงาน จะต้องมีเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูง คอยทำงานสูบน้ำออกจากเหมืองตลอดเวลา ยิ่งขุดลึก ยิ่งต้องใช้งบในการสูบน้ำมากขึ้น ดังนั้นจึงมีข้อจำกัดในการขุดเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกินควบคุม

แม่น้ำจากเหมืองหิน

          หลังจากทำการขุดเหมืองเสร็จสินแล้ว เหมืองจะไม่ถูกทิ้งให้เสียเปล่า พวกมันจะถูกเติมน้ำเข้าไปเพื่อให้กลายเป็นแหล่งน้ำ สำหรับใช้งานภายในชุมชน โดยบางแห่งอาจมีความลึกถึง 50 ฟุต หรือมากกว่า
น้ำในสระหินแห่งนี้ มีอุณภูมิที่เย็นมาก ต่างจากสระน้ำดินธรรมดา อาจส่งผลให้คนที่ลงไปในน้ำ เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนเพลียเฉียบพลันได้ในทันที

พวกมันยังมีความสวยงามในแบบของมัน น้ำที่อยู่ในบ่อของสระหินนี้ จะมีความใสมากกว่าสระน้ำปกติ แต่ด้วยการที่เป็นเหมืองเก่ามาก่อน ทำให้อาจมีเครื่องมือ สิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่อาจตกค้างอยู่ใต้น้ำ จึงเป็นอันตรายต่อคนที่ลงไปว่ายน้ำ และมีข่าวผู้เสียชีวิตจากสระหินประเภทนี้ทุกปี แต่ในหลาย ๆ เหมืองในปัจจุบันถูกปรับปรุงให้เหมาะกับเป็นสถานที่ชมวิว และว่ายน้ำที่ปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม

3 ทะเลทราบเหมืองหินยอดนิยม

  1. Quarry Lake (Nova Scotia) สถานที่ โนวาสโก
  2. Quarry Lake (Maryland) สถานที่ รัฐแมรี่แลนด์
  3. Quarry Lake Regional Recreation Area สถานที่ แคลิฟอร์เนีย

 

        

  การทำเหมืองมีหลายประเภท แบ่งตามภูมิประเทศที่แตกต่างกันไป โดยธรรมชาติแล้วแร่จะเกิดที่ชั้นหินลึกลงไปใต้พื้นผิวของโลก จึงต้องมีการขุดเจาะลงไป ก่อนที่จะนำแร่ต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้ และ
ในปัจจุบันนี้ มีวิธีการทำเหมืองที่ได้รับความนิยมด้วยกัน 5 ประเภท ได้แก่

mind

  1. การทำเหมืองใต้ดิน (Underground Mining)

แร่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในชั้นใต้ดินที่ลึกลงไป การทำเหมืองใต้ดินจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ของการทำเหมืองของปัจจุบัน โดยจะเจาะลึกลงเป็นลำดับชั้นลงไป โดยใช้ระเบิด หรือ เครื่องจักรอื่น ๆ เข้ามาช่วย และลำเลียงแร่ผ่านไปทางสายผ่าน หรือ รถเหมือง แต่การทำเหมืองประเภทนี้มีอันตรายกว่าเหมืองทั่วไปมาก เพราะมีความเสี่ยงต่อฝุ่น หรือ สารพิษจากระเบิดที่ตกค้างในระหว่างทำการขุดถ้ำ หรือ เกิดการถล่มของถ้ำลงมา ทำให้เสี่ยงต่อชีวิตของคนงานในเหมือง

  1. การทำเหมืองพลังน้ำ (Hydro-mining)

เป็นการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง พ่นไปยังหน้าชั้นผิวของแร่ให้เกิดแรงกระแทกจนระเบิดลงมายังสายพาน หรือ บนพื้นผิวด้านล่าง โดยใช้ได้ผลอย่างดีกับถ่านหิน และแร่ชนิดอื่น ๆ แต่
สามารถใช้ได้ในพื้นที่ ๆ จำกัด จึงเป็นตัวเลือกเสริมสำหรับการทำเหมืองแร่ชนิดอื่น ๆ นอกจากการทำเหมืองถ่านหิน

mine

  1. การขุดเหมืองแบบเปิด และปิด (Opencut – opencast mining)
    ในการทำเหมืองประเภทนี้ จัดเป็นการทำเหมืองที่มีต้นทุนที่มีราคาต่ำมาก ถ้าเทียบกับการทำเหมืองแบบใต้ดิน อีกทั้งยังให้ผลผลิตที่มากกว่าหลายเท่า โดยในการขุดแบบเปิดนั้น จะเป็นการขุดนำหน้าดิน พืชพันธุ์ ก้อนหินต่าง ๆ เพื่อเปิดทางให้ทำเหมืองด้านล่างได้อย่างสะดวก
  2. การทำเหมืองตะกอนพัดพา หรือ เหมืองลานแร่ (Alluvial or placer mining)

เหมืองประเภทนี้เป็นการเก็บเกี่ยวจากสายลำธาร ของแร่จากธรรมชาติ โดยอาศัยจากแรงน้ำชั้นใต้ดินให้พัดแร่จากชั้นหินต่าง ๆ ขึ้นมายังด้านบน โดยจะสามารถร่อนแร่ ได้จากสายน้ำเหล่านี้ เพื่อสกัดเอาแร่ต่าง ๆ ที่น้ำพัดขึ้นมาได้

  1. การทำเหมืองแร่ก้นทะเล (Seabed Mining)

เป็นการขุดแร่ใต้ทะเล โดยใช้เรือขนาดกลาง หรือ ใหญ่ ต่อท่อเพื่อดูดทรายใต้ทะเลมา และคัดกรองแร่บนเรือ และสุดท้ายจะส่งทรายกลับลงทะเลอีกครั้ง

                ในการทำเหมืองแร่ ยังมีอีกหลายวิธี นอกเหนือจาก 5 ชนิดด้านบนนี้ แต่ด้วยความล้าสมัย และมีความอันตรายจึงไม่ได้รับความนิยม จนต้องเลิกใช้งาน แต่ด้วยการอาศัยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยสมัยใหม่ ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายในเหมืองแร่ได้เป็นอย่างมาก

ทองคำ มีความต้องการในตลาดสูงมาก นับตั้งแต่ปี 2015 ที่ตัวเลขกระโดดแตะ 3,221 ตัน โดยมีการผลิตส่วนใหญ่มาจากประเทศแมกซิโก ที่เริ่มผลิตจากยอดเดิม 112 ตัน ในปี 2014 เพิ่มมาเป็น 133 ตัน ในปัจจุบัน และทางอินโดนีเซีย ที่มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ กับ คาซัคสถาน เพิ่มขึ้นอีกเป็น 29 เปอร์เซ็นต์

จากเวลาสามปีที่ผ่านมา งบประมาณในการทำเหมืองแร่ทองคำในแต่ละประเทศถูกหั่นลง แต่ด้วยราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เป็นโอกาสที่ดี สำหรับบริษัทเหมืองแร่ ที่พวกเขาสามารถกลับมาทำกำไรในตลาดได้อีกครั้งหนึ่ง

รายชื่อเหมืองแร่ทองคำที่มีผลผลิตเยอะที่สุดในปี 2016

goldstrike-mine
Boddington
  1. Boddington เป็นเหมืองแร่ทองคำ และเหมืองทองแดง อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเพิร์ธออกไปประมาณ 75 ไมล์ ประเทศออสเตรเลีย คืออาณานิคมเหมืองแร่ขนาดใหญ่ ที่มีการส่งออกทองคำอย่างหนักในช่วง 2009 จนถึงปี 2011 อ้างอิงจากข้อมูลของบริษัทเหมืองแร่ ทางบอดดิงตันมีการผลิตทองคำมากถึง 19.5 ล้านออนซ์ และพวกเขากำลังวางแผนทุ่มเงินกว่า 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายกิจการทำเหมืองแร่ของพวกเขา

    large_gold.2_1
    Peñasquinto
  2. Peñasquinto สถานที่แห่งนี้มีเจ้าของเป็นบริษัทเหมืองแร่ของแคนาดา ซึ่งตั้งอยู่บนรัฐซากาเตกัส ของประเทศแมกซิโก ซึ่งเป็นบ่อแร่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ และติด 1 ใน 5 ของเหมืองแร่เงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเริ่มต้นการทำเหมืองในปี 2010 มีผลตอบแทนอื่น ๆ เป็นสังกะสี และ ตะกั่ว
    ในปี 2007 บริษัท Silver Wheaton ได้เข้ามาทำสัญญาข้อตกลงโดยต้องการ 25 เปอร์เซ็นต์จากการผลิตแร่เงินในตลอดชีวิตของการทำเหมืองแห่งนี้

    Carlin mine
    Carlin
  3. Carlin เป็นเหมืองแร่ที่สำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการส่งออก 75 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ และ 3 เปอร์เซ็นต์จากการทำเหมืองทองคำทั้งโลก เกิดขึ้นที่เหมืองแห่งนี้ สถานที่แห่งนี้ประกอบไปด้วยบ่อเหมืองขนาดใหญ่ 3 บ่อ และ เหมืองใต้ดินอีก 4 แห่ง

    Goldstrike
    Goldstrike
  4. Goldstrike บริษัท Barrick ได้เข้ามาทำเหมืองแร่ในทางตอนเหนือของเนวาดา ช่วงปี 1987 ซึ่งจัดเป็นเหมือแร่ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในตอนเหนือของอเมริกา โดยมีลูกจ้างกว่า 1,700 คน และปัจจุบันมีการผลิต 28.1 ตันในปี 2014 จนถึง 32.8 ตันในปี 2015

    Muruntau
    Muruntau
  5. Muruntau แห่งประเทศอุซเบกิสถาน ถูกค้นพบเมื่อปี 1958 ในทะเลทรายอันแห้งแร้ง Kyzyl Kum โดยเริ่มทำการขุดเหมืองแร่เมื่อปี 1967 จนมาถึงปัจจุบัน โดยมีเหมืองเปิดขนาดใหญ่ ที่มีความลึกมากถึง 1,900 ฟุต โดยติดอันดับที่ 5 ของเหมืองที่ลึกที่สุดในโลก และยังเป็นแหล่งแร่พลอยได้จากเทอร์คอยซ์อีกด้วย พร้อมทั้งคาดการณ์กันไว้ว่า เหมืองแห่งนี้จะมีแร่ 2,500 - 5,300 ตันเลยทีเดียว