Skip to content

เหมืองแร่ เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญของประเทศชาติ เพราะนอกจากจะลดต้นทุนในการนำเข้าแร่ธาตุเพื่อมาใช้ในประเทศแล้วยังสามารถสร้างรายได้โดยการส่งออกแร่ธาตุเหล่านั้นไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย ในประเทศไทยมีแหล่งแร่ธาตุที่สำคัญหลายแห่ง วันนี้ เราจะพาไปรู้จักแหล่งแร่ธาตุบางแห่งที่มีความสำคัญ ดังนี้

เหมืองแร่โปแตชกับเกลือหินบำเหน็จณรงค์

                กรมทรัพยากรธรณีได้เจาะสำรวจแหล่งแร่โปแตชและเกลือหินเมื่อปี พ.ศ.2524 ที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ เดิมทีที่ขุดเจาะอุโมงค์ เกิดปัญหาน้ำใต้ดินไหลลงสู่ปล่องอุโมงค์ จากนั้นก็มีการแก้ปัญหาโดยสูบน้ำออกแล้วอัดซีเมนต์จึงทำงานต่อไปได้ จนเมื่อปี พ.ศ.2534 คณะรัฐมนตรีทำการเสนอเข้าสู่โครงการอุตสาหกรรมของประเทศอาเซียน ได้รับการอนุมัติโดยใช้ชื่อว่า โครงการทำเหมืองแร่โปแตชของอาเซียน (ประเทศไทย) โดยมีการร่วมทุนระหว่างรัฐบาลและเอกชนในกลุ่มประเทศอาเซียน มีการดำเนินการขุดเจาะเพื่อพัฒนาการขนถ่ายและระบายอากาศเพิ่มขึ้น พ.ศ.2549 กรมทรัพยากรธรณีได้มีการศึกษาพัฒนาเหมืองแร่โปแตชให้เพิ่มมูลค่ามากขึ้นโดยมีการจัดทำเป็นเคมีภัณฑ์ ปัจจุบันเหมือนแร่แห่งนี้ยังมีการขุดเจาะและพัฒนาวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติทั้งอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

เหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะ

เป็นเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง โดยมีการเริ่มต้นขุดเจาะมานานตั้งแต่ พ.ศ.2460 สมัยรัชกาลที่ 6 เริ่มจากที่กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินที่ในขณะนั้นมีคำสั่งให้สำรวจหาเชื้อเพลิงเพื่อเป็นพลังงานทดแทนฟืนที่ใช้สำหรับรถจักรไอน้ำ และพบถ่านหินลิกไนต์เข้าในราวปี พ.ศ.2464 เมื่อเข้าสู่ยุคของรัชกาลที่ 7 จึงได้มีพระบรมราชโองการให้ราชการไทยเป็นผู้ดำเนินการเท่านั้น จากนั้นกรมทรัพยากรธรณีก็ได้ดำเนินการอย่างจริงจังจนมีการก่อสร้างโรงจักรแม่เมาะขึ้น มีการดำเนินการโดยใช้ถ่ายหินลิกไนต์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าในปี พ.ศ.2503 ปัจจุบันเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะแห่งนี้อยู่ในสังกัดของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีการขุดเจาะถ่านหินแล้วนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงงานแม่เมาะแล้วนำจ่ายไปสู่จังหวัดต่าง ๆ นับว่าเป็นเหมืองแร่ที่มีความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก

               เหมืองแร่พลอยอำเภอบ่อพลอย

เป็นเหมืองแร่พลอยที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีชื่อเสียงมาช้านาน พลอยที่พบมากอีกทั้งได้รับความนิยมมากในอำเภอบ่อพลอยคือแซฟไฟร์สีฟ้า หรือ สีน้ำเงิน นอกจากนั้นยังมีสีอื่น ๆ บ้าง เช่น น้ำตาลอ่อน แดงอ่อน เหลืองอ่อน ทับทิม นิล โกเมน ซานิดีน เป็นต้น บริเวณนี้มีทั้งการดำเนินการจากบริษัทขนาดใหญ่ และการขุดเจาะเป็นธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กของชาวบ้าน สร้างเม็ดเงินเข้าสู่จังหวัด และประเทศไทยได้มากทีเดียว

 

ที่มา

https://th.wikipedia.org

 

 

หลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องการทำเหมืองมาบ้างจากทางสื่อวิทยุโทรทัศน์ต่าง ๆ แท้จริงแล้วการทำเหมืองคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับการทำเหมืองมาฝากกัน

การทำเหมืองแร่ หมายถึง การนำเอาแร่ธาตุที่มีค่าโดยใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น การขุด การเจาะ แล้วนำเอาแร่ธาตุที่ต้องการสกัดออกมาจากดินหรือหินอีกที มีทั้งที่เป็นแร่โลหะและแร่อโลหะ แร่โลหะ เช่น แร่ทองแดง แร่ทองคำ แร่ตะกั่ว แร่เงิน แร่ไททาเนียม แร่สังกะสี เป็นต้น ส่วนแร่อโลหะ เช่น พลอย เพชร ถ่านหิน หยก เป็นต้น รวมไปถึงวัสดุอื่น ๆ ที่ไม่จัดอยู่ในแร่ธาตุ ได้แก่ ดิน หิน ทราย ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น การทำเหมืองแร่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลต่อประเทศชาติ เพราะสามารถลดต้นทุนการนำเข้าแร่ธาตุจากต่างประเทศ รวมถึงสามารถส่งออกไปจำหน่ายเพิ่มรายได้เข้าประเทศได้อีกด้วย

การทำเหมืองแร่นั้น ในอดีตไม่มีการควบคุมขั้นตอนวิธีการที่ถูกต้องทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ตามมา ทำให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้รับความเดือดร้อน แต่ปัจจุบันนั้นการทำเหมืองมีกฎหมายควบคุม มีหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด ทำให้ผลกระทบจากการทำเหมืองน้อยลงมาก แทบไม่มีเลย อย่างไรก็ตามการที่จะทำเหมืองบริเวณใดบริเวณหนึ่งนั้นจะต้องได้รับการยอมรับจากชุมชนหรือประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย

เราสามารถแยกประเภทของการทำเหมืองได้ ดังนี้

- เหมืองครา เป็นการทำเหมืองบนภูเขาโดยใช้วิธีทำรางให้น้ำไหลชะล้างหน้าดินเพื่อนำแร่ให้ไหลลงไปในบ่อขุด แล้วใช้คนงานร่อนเอาแร่ออกจากดิน และทรายอีกทีหนึ่ง แต่วิธีการนี้จะมีผลเสียคือทำให้หน้าดินเสียหาย

- เหมืองปล่องหรือเหมืองรู ใช้วิธีการขุดรูจากหน้าดินลงไปจนถึงบริเวณที่มีชั้นแร่แล้วนำดินบริเวณนั้นขึ้นมาร่อนเอาแร่ออก ถือเป็นวิธีที่อันตรายเพราะเสี่ยงต่อการพังทลายยุบตัวของดิน

- เหมืองหาบ ใช้การขุดหน้าดินที่มีแร่ผสมอยู่แล้วนำไปร่อนหรือล้างแร่ออก เดิมทีใช้แรงงานคนขุด แต่ปัจจุบันมีการนำรถตัก รถถัง เครื่องเจาะระเบิด เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก

- เหมืองแล่น คล้ายกับเหมืองคราแต่จะเป็นพื้นที่เล็กกว่า ทำกันภายในครัวเรือน โดยการขุดให้ดินทรายที่มีแร่ธาตุไหลลงมาสู่รางกู้แร่แล้วร่อนออก
- เหมืองสูบ ใช้เครื่องสูบไปสูบหินหรือทรายบริเวณที่มีแร่ปนอยู่แล้วนำไปล้างเพื่อแยกแร่ มีความประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย นิยมใช้กันมากในภาคใต้

- เหมืองฉีด ใช้เครื่องฉีดที่มีแรงดันสูงเพื่อฉีดพังทลายดินทรายบริเวณที่มีแร่ปนอยู่แล้วแยกเอาแร่ออกมา
- เหมืองเจาะงัน ใช้แรงงานคนขุดลงไปไม่เกิน 10 เมตรแล้วนำหินทรายปนแร่ขึ้นมาแล้วร่อนแยกแร่อีกทีหนึ่ง

- เหมืองเรือขุด เป็นการทำเหมืองที่ใช้เงินลงทุนสูงมาก โดยใช้เครื่องจักรติดตั้งบนเรือหรือทุ่นแล้วเจาะลงไปเพื่อหาแร่ธาตุ วิธีนี้ทำได้ทั้งบนบกและในน้ำ นิยมใช้แถบทะเลภาคใต้
- เหมืองแร่สูบ ติดตั้งเครื่องจักรบนเรือหรือแพแล้วสูบแร่ธาตุขึ้นมา วิธีนี้ใช้กับบริเวณที่อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล
- เหมืองอุโมงค์ เป็นวิธีที่ใช้เงินทุนสูงมากโดยการขุดเจาะใต้ดินเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่จนไปถึงแหล่งแร่ธาตุ ร่วมกับการเจาะระเบิดและใช้เครื่องจักรบดแยกแร่

ที่มา

http://www.thaiheritage.net

 

 

เหมืองแร่ทองคำถือว่าเป็นสิ่งสามารถสร้างเงินสร้างทองให้กับผู้ที่ลงทุนได้มากมาย เพราะนี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เราสามารถเอาทองมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย ซึ่งการทำเหมืองแร่ทองคำโดยปกติเราก็ย่อมรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้ มันต้องประกอบไปด้วยปัจจัยสำคัญหลายประการ อย่างน้อยที่สุดคือต้องมีแผนการเพื่อทำเหมืองแร่ที่ชัดเจน อุปกรณ์สำหรับการใช้งานก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามใช่ว่าการทำเหมืองแร่ทองคำจะมีแต่อุปกรณ์ขนาดใหญ่ อาทิ รถขุด เพียงอย่างเดียว อุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญไม่น้อยในการที่จะทำให้เหมืองแร่ทองคำสามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

อุปกรณ์สำคัญขนาดเล็กในการทำเหมืองแร่ทองคำ

  1. จอบ พลั่ว หรือสว่านขุดดิน – การขุดเจาะเหมืองแร่ทองคำไม่ใช่เพียงแค่จะใช้รถในการขุดอย่างเดียว ในช่วงที่เป็นซอก หรือช่วงที่จำเป็นต้องใช้แรงงานคนในการจุดเจาะ การใช้จอบ พลั่ว หรือแม้แต่สว่านไฟฟ้าในการขุดหินดินทรายก็นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว หากไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ในบางพื้นที่ก็ไม่สามารถที่จะทำการขุดเจาะได้เลย อุปกรณ์เหล่านี้จึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการทำอย่างมาก
  2. จานกรอง – ในการขุดเจาะเหมืองแร่ปกติเวลาที่เราขุดได้อะไรขึ้นมาสักอย่างที่ผสมปนเปกันอยู่ไม่ว่าจะเป็นทอง ดิน หิน ทราย มันจำเป็นต้องมากรองก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่ขุดขึ้นมามีความสามารถในการเอาไปใช้งานได้มากขนาดไหน ซึ่งเวลาที่เราใช้จานกรองเหล่านี้ทองมักจะไม่ค่อยหลุดร่วงลงไปด้านล่าง ทำให้เราสามารถเห็นได้ว่าทองที่ได้มามีจำนวนมากขนาดไหน
  3. เครื่องทำความสะอาดทองคำ – เวลาที่เราขุดได้ทองคำบริสุทธิ์ขึ้นมามันก็จำเป็นที่จะต้องมีการนำมาทำความสะอาดแต่จะใช้ระบบทั่วๆ ไปที่ใช้งานกันอยู่มันก็ดูจะเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม การมีเครื่องทำความสะอาดทองคำที่จะเอาไว้ใช้สำหรับการทำความสะอาดโดยเฉพาะจะช่วยให้ได้ผลตามที่ต้องการมากกว่าเดิม

จะเห็นได้ว่าอุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้หากมองแบบผิวเผินแทบไม่มีใครอยากเชื่อว่าจะสามารถนำมาใช้กับการทำเหมืองแร่ทองคำได้ แต่จริงๆ แล้วอุปกรณ์เหล่านี้นับว่าเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กแต่เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญไม่น้อยต่อการนำมาใช้สำหรับการทำเหมืองแร่ทองคำไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดก็ตาม ซึ่งหากใครเคยเห็นก็จะพบว่าการทำเหมืองแร่ทองคำจะต้องมีอุปกรณ์จำพวกนี้อยู่ด้วยเป็นอุปกรณ์ประจำกายของใครหลายคนด้วย

 

f7a5fabb000dd87d4d52dca5

เหมืองแร่หิน (Quarry) จัดเป็นเหมืองแร่ชนิดแรกที่มนุษย์เริ่มมีขุดเหมือง โดยใช้วิธีการสิ่วสกัด เลื่อยทราย ในการตัดหินสมัยก่อน โดยในยุคสมัยปัจจุบันมีการเปลี่ยนมาใช้ระเบิดแรงแสงในการระเบิดหินให้แตกออกเป็นชิ้น ๆ เพื่อสะดวกในการเก็บเกี่ยวมาใช้ประโยชน์

หินมีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง

ก่อนจะมารู้จักขั้นตอนการทำเหมืองแร่หิน ควรมาทำความรู้จักกับประเภทของหินกันเสียก่อนว่ามีประเภทใดบ้าง ได้แก่

  1. ปูนขาว (Chalk)
  2. หินอัคนี (Igneous)
  3. ดินเหนียว (Clay)
  4. หินแกรนิต (Granite)
  5. ยิปซัม (Gypsum)
  6. หินปูน (Limestone)
  7. หินอ่อน (Marble)
  8. แร่ศิลา (Ores)
  9. หินฟอสเฟต (Phosphate rock)
  10. หินทราย (Sandstone)

แผ่นหินจากเหมือง

          ในเหมืองขนาดใหญ่ จะมีการระเบิดแผ่นหิน แกรนิต หินอ่อน หินทราย เป็นแผ่นใหญ่ ๆ เพื่อนำมาขัด ตกแต่งให้เรียบร้อย เพื่อนำมาใช้ประกอบงานก่อสร้างอาคาร หรือ พื้นที่อยู่อาศัย โดยเป็นที่นิยมกันใช้กันมาเป็นพันปี โดยในสมัยก่อนถูกนำมาใช้สร้างเป็นป้อม ปราสาท กำแพง ทางเดิน

ปัจจัยสำคัญในการทำเหมืองแร่หิน

          ในการทำเหมืองหิน จะต้องพบกับปัญหากับน้ำใต้ดินเป็นประจำ เพราะชั้นหินที่อยู่ลึกลงไป ยิ่งขุดลึกเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น เพราะน้ำจะไหลทะลักเข้ามาท่วมเหมืองจนพัง ทำให้ระหว่างปฏิบัติงาน จะต้องมีเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูง คอยทำงานสูบน้ำออกจากเหมืองตลอดเวลา ยิ่งขุดลึก ยิ่งต้องใช้งบในการสูบน้ำมากขึ้น ดังนั้นจึงมีข้อจำกัดในการขุดเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกินควบคุม

แม่น้ำจากเหมืองหิน

          หลังจากทำการขุดเหมืองเสร็จสินแล้ว เหมืองจะไม่ถูกทิ้งให้เสียเปล่า พวกมันจะถูกเติมน้ำเข้าไปเพื่อให้กลายเป็นแหล่งน้ำ สำหรับใช้งานภายในชุมชน โดยบางแห่งอาจมีความลึกถึง 50 ฟุต หรือมากกว่า
น้ำในสระหินแห่งนี้ มีอุณภูมิที่เย็นมาก ต่างจากสระน้ำดินธรรมดา อาจส่งผลให้คนที่ลงไปในน้ำ เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนเพลียเฉียบพลันได้ในทันที

พวกมันยังมีความสวยงามในแบบของมัน น้ำที่อยู่ในบ่อของสระหินนี้ จะมีความใสมากกว่าสระน้ำปกติ แต่ด้วยการที่เป็นเหมืองเก่ามาก่อน ทำให้อาจมีเครื่องมือ สิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่อาจตกค้างอยู่ใต้น้ำ จึงเป็นอันตรายต่อคนที่ลงไปว่ายน้ำ และมีข่าวผู้เสียชีวิตจากสระหินประเภทนี้ทุกปี แต่ในหลาย ๆ เหมืองในปัจจุบันถูกปรับปรุงให้เหมาะกับเป็นสถานที่ชมวิว และว่ายน้ำที่ปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม

3 ทะเลทราบเหมืองหินยอดนิยม

  1. Quarry Lake (Nova Scotia) สถานที่ โนวาสโก
  2. Quarry Lake (Maryland) สถานที่ รัฐแมรี่แลนด์
  3. Quarry Lake Regional Recreation Area สถานที่ แคลิฟอร์เนีย

 

        

  การทำเหมืองมีหลายประเภท แบ่งตามภูมิประเทศที่แตกต่างกันไป โดยธรรมชาติแล้วแร่จะเกิดที่ชั้นหินลึกลงไปใต้พื้นผิวของโลก จึงต้องมีการขุดเจาะลงไป ก่อนที่จะนำแร่ต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้ และ
ในปัจจุบันนี้ มีวิธีการทำเหมืองที่ได้รับความนิยมด้วยกัน 5 ประเภท ได้แก่

mind

  1. การทำเหมืองใต้ดิน (Underground Mining)

แร่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในชั้นใต้ดินที่ลึกลงไป การทำเหมืองใต้ดินจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ของการทำเหมืองของปัจจุบัน โดยจะเจาะลึกลงเป็นลำดับชั้นลงไป โดยใช้ระเบิด หรือ เครื่องจักรอื่น ๆ เข้ามาช่วย และลำเลียงแร่ผ่านไปทางสายผ่าน หรือ รถเหมือง แต่การทำเหมืองประเภทนี้มีอันตรายกว่าเหมืองทั่วไปมาก เพราะมีความเสี่ยงต่อฝุ่น หรือ สารพิษจากระเบิดที่ตกค้างในระหว่างทำการขุดถ้ำ หรือ เกิดการถล่มของถ้ำลงมา ทำให้เสี่ยงต่อชีวิตของคนงานในเหมือง

  1. การทำเหมืองพลังน้ำ (Hydro-mining)

เป็นการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง พ่นไปยังหน้าชั้นผิวของแร่ให้เกิดแรงกระแทกจนระเบิดลงมายังสายพาน หรือ บนพื้นผิวด้านล่าง โดยใช้ได้ผลอย่างดีกับถ่านหิน และแร่ชนิดอื่น ๆ แต่
สามารถใช้ได้ในพื้นที่ ๆ จำกัด จึงเป็นตัวเลือกเสริมสำหรับการทำเหมืองแร่ชนิดอื่น ๆ นอกจากการทำเหมืองถ่านหิน

mine

  1. การขุดเหมืองแบบเปิด และปิด (Opencut – opencast mining)
    ในการทำเหมืองประเภทนี้ จัดเป็นการทำเหมืองที่มีต้นทุนที่มีราคาต่ำมาก ถ้าเทียบกับการทำเหมืองแบบใต้ดิน อีกทั้งยังให้ผลผลิตที่มากกว่าหลายเท่า โดยในการขุดแบบเปิดนั้น จะเป็นการขุดนำหน้าดิน พืชพันธุ์ ก้อนหินต่าง ๆ เพื่อเปิดทางให้ทำเหมืองด้านล่างได้อย่างสะดวก
  2. การทำเหมืองตะกอนพัดพา หรือ เหมืองลานแร่ (Alluvial or placer mining)

เหมืองประเภทนี้เป็นการเก็บเกี่ยวจากสายลำธาร ของแร่จากธรรมชาติ โดยอาศัยจากแรงน้ำชั้นใต้ดินให้พัดแร่จากชั้นหินต่าง ๆ ขึ้นมายังด้านบน โดยจะสามารถร่อนแร่ ได้จากสายน้ำเหล่านี้ เพื่อสกัดเอาแร่ต่าง ๆ ที่น้ำพัดขึ้นมาได้

  1. การทำเหมืองแร่ก้นทะเล (Seabed Mining)

เป็นการขุดแร่ใต้ทะเล โดยใช้เรือขนาดกลาง หรือ ใหญ่ ต่อท่อเพื่อดูดทรายใต้ทะเลมา และคัดกรองแร่บนเรือ และสุดท้ายจะส่งทรายกลับลงทะเลอีกครั้ง

                ในการทำเหมืองแร่ ยังมีอีกหลายวิธี นอกเหนือจาก 5 ชนิดด้านบนนี้ แต่ด้วยความล้าสมัย และมีความอันตรายจึงไม่ได้รับความนิยม จนต้องเลิกใช้งาน แต่ด้วยการอาศัยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยสมัยใหม่ ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายในเหมืองแร่ได้เป็นอย่างมาก